เสนาธิการทหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านระบบการประชุมทางไกล

เสนาธิการทหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่าง กองทัพไทย และ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ณ ห้องประชุม ชั้น 4 กองบัญชาการกองทัพไทย

17 กันยายน 2563 พลเอก เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านระบบการประชุมทางไกล เรื่อง “การประสานความร่วมมือ มิตรภาพ และการพัฒนา : บทบาทของกองทัพในการสนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจน” ระหว่าง กองทัพไทย และ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน โดยมี พลเรือเอก เหมียว หวา ประธานร่วมกรมกิจการการเมือง คณะกรรมาธิการกลางการทหาร กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เข้าร่วมการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม ชั้น 4 กองบัญชาการกองทัพไทย

ตามที่ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ในห้วงเดือนพฤศจิกายน 2562 โดยได้หารือกับ พลเอก หลี่ จั้ว เฉิง (Li Zuocheng) ประธานกรมกิจการเสนาธิการร่วม คณะกรรมาธิการกลางการทหาร กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน โดยได้เห็นชอบร่วมกันในการจัด การฝึกผสมด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) ไทย – สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปี 2563

ในโอกาสความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 45 ปี และยังเป็นการขับเคลื่อนความร่วมมือทางทหารของทั้งสองประเทศ ภายใต้ข้อตกลงในการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกระทรวงกลาโหมของไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ทำให้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน จะต้องมีมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในด้านต่าง ๆ รวมถึงมาตรการควบคุมการเดินทางเข้า – ออกระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อข้อตกลงในการฝึกผสมฯ ไทย – สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ไม่สามารถจัดการฝึกตามแผนที่กำหนดในเดือนกรกฎาคมได้ ผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายจึงได้ตกลงใจร่วมกันในการปรับเปลี่ยนการดำเนินการเป็นการจัดสัมมนา เรื่อง “การประสานความร่วมมือ มิตรภาพ และการพัฒนา : บทบาทของกองทัพในการสนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจน” ผ่านระบบการประชุมทางไกลแทน ทั้งนี้ เพื่อดำรงความมุ่งหมายตามที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทั้งสองกองทัพได้ตกลงใจร่วมกันไว้ รวมทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐประชาชนจีนให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยการจัดสัมมนาฯ ในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำของประชาชน

สำหรับขอบเขตของการสัมมนาฯ ประกอบด้วย ภาพรวมในระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ นโยบาย และการดำเนินการของกองทัพในการสนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจน ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาฝ่ายไทย จำนวน 50 คน จาก 15 หน่วยงาน ได้แก่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และมูลนิธิศักยภาพชุมชน ฝ่ายทหาร จำนวน 11 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 1 หน่วยงาน กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 4 หน่วยงาน และเหล่าทัพ จำนวน 6 หน่วยงาน  สำหรับฝ่ายพลเรือนสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 30 คน จาก สำนักงานบรรเทาความยากจนและการพัฒนาของรัฐบาลกลาง และฝ่ายทหาร จากกรมกิจการระดมกำลังเพื่อการป้องกันประเทศ คณะกรรมาธิการกลางการทหาร กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) และสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำกรุงเทพฯ

โดยผลของการสัมมนาฯ ในครั้งนี้ จะทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ของทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันอย่างกว้างขวางและประสบความสำเร็จทุกประการ ในเรื่อง “การประสานความร่วมมือ มิตรภาพ และการพัฒนา : บทบาทของกองทัพในการสนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจน” ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ และธำรงไว้ซึ่งมิตรภาพอันดีของทั้งสองประเทศในอนาคต นำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาความยากจนของทั้งสองประเทศในการจัดทำข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือความมั่นคงระหว่างกระทรวงกลาโหมของไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน อันจะส่งผลให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานของกองทัพในการแก้ไขปัญหาความยากจน รวมทั้งเกิดการสนับสนุนและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกองทัพและประชาชนต่อไป