กห.-สธ.จัดฝึกร่วมเตรียมพร้อมรับมือโควิดระบาดระลอก 2

กห.-สธ.จัดฝึกร่วมเตรียมพร้อมรับมือโควิดระบาดระลอก 2

กระทรวงกลาโหม 17 ส.ค.-กลาโหมจับมือสธ.อบรมจนท.เตรียมรับมือโควิดระบาดระลอก 2 ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หลังผ่อนคลายกิจกรรมในประเทศ ขณะที่หลายประเทศการแพร่ระบาดยังสูงต่อเนื่อง

พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธานเปิดการฝึกร่วมการเตรียมความพร้อมรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19 ระลอก 2 ที่อาจมีความเสี่ยงสูงจากกิจกรรมต่าง ๆ ในประเทศและการแพร่ระบาดจากภายนอกประเทศที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงกลาโหมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น และมีทุกส่วนราชการเข้าร่วมการฝึก ณ ศาลาว่าการกลาโหม ระหว่างวันที่ 17 – 18 สิงหาคม 2563 มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุของจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งแนวทางจัดสรรและบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด ภายใต้การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ศบค.-19 ซึ่งจำลองสถานการณ์ มุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงของกลุ่มจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าว จังหวัดที่เป็นช่องทางเข้าออกประเทศ จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยว โดยมี 4 จังหวัดเข้าร่วมการฝึก คือ กทม. อยุธยา สมุทรสาคร และชลบุรี และ 7 จังหวัดเข้าร่วมฝึกในพื้นที่ประกอบด้วย เชียงใหม่ ตาก สระแก้ว ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ตและกระบี่ ในขณะที่อีก 66 จังหวัดร่วมรับทราบผ่านระบบประชุมทางไกล โดยใช้กลไกบริหารงานระดับพื้นที่ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งจำลองสถานการณ์และประสานการทำงานร่วมกันในการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีแผนยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการที่ให้ความสำคัญเข้าร่วมรับการฝึก และกล่าวถึงความสำเร็จของการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ผ่านมาของรัฐบาล จากความตระหนักและความร่วมมือร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนและทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมปัจจุบันยังไม่อาจประมาทได้ จากความเสี่ยงสูงของการแพร่ระบาดจากภายนอกและมาตรการผ่อนคลายภายในประเทศ

“จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหา ก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอก 2 ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งการฝึกร่วมกันจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาและปรับความสมบูรณ์ของแผนเผชิญเหตุของทุกจังหวัด ซึ่งหากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นแล้วจำเป็นต้องช่วยกันระงับและควบคุมระดับพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ร่วมกันในภาพรวม” พล.อ.ณัฐ กล่าว.-สำนักข่าวไทย