โฆษก ศบค. เผย 2 ประเด็นหลักต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แม้ไร้ติดเชื้อในประเทศ

โฆษก ศบค. เผย 2 ประเด็นหลักต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แม้ไร้ติดเชื้อในประเทศ

วันที่ 29 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ตอบคำถามกรณีที่ไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 หรือ โคโรนาไวรัส ในประเทศยาวนานถึง 35 วัน แต่เหตุใดยังต้องคง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีความสำคัญ 2 ประเด็นใหญ่ ดังนี้

1. อำนาจในเชิงการป้องกันโรค ซึ่งมีมากว่า พ.ร.บ.โรคติดต่อ คือ

  • การควบคุมการเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักรทุกช่องทาง ซึ่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ ทำไม่ได้
  • การจัดทำระบบการติดตาม กักตัว หรือเฝ้าระวัง อย่าง State Quarantine หรือ Local Quarantine
  • การควบคุมโรค โดยใช้มาตรการครอบคลุมทุกกิจการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง จะเปิดหรือกิจการกิจกรรมใด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะช่วยให้จัดการได้ทันท่วงที

2. ภาพรวมการบูรณาการการทำงานให้เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีตัวแทนทุกภาคส่วนร่วมประชุมกันทุกวัน

ทั้งนี้ ในคำถามเรื่องการห้ามเที่ยวบินต่างประเทศเข้าไทยจะมีอย่างต่อเนื่องหรือไม่ โฆษก ศบค. ระบุว่า ที่ประชุมไม่มีการเสนอมติการเปลี่ยนแปลงเรื่องเที่ยวบินจากต่างประเทศ ทุกอย่างยังเป็นตามมาตรการเช่นเดิม

ส่วนเรื่องการลักลอบเข้าประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. มีความห่วงใย โดยสั่งการตรวจสอบ พบว่าการลอบหลบหนีเข้าเมืองเกิดอยู่เป็นประจำ พร้อมมอบหมายฝ่ายความมั่นคงดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. – 29 มิ.ย. 2563 มีรายงานจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายแล้ว 2,498 คน มากที่สุดจากเมียนมา ประเด็นดังกล่าวอาจจะทำให้ยังวางใจในเรื่องการระบาดของโคโรนาไวรัสไม่ได้ พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 เพราะยังมีความเสี่ยง และจะมีการรายงานข้อมูลในส่วนนี้เป็นระยะต่อไป.