พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ” ให้ “โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์” แห่งที่ 17

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ” ให้ “โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์” แห่งที่ 17

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)” ให้กับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เป็นแห่งที่ 17 จาก 20 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้าง ภายใต้ “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อเสริมความพร้อมหากมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว มีการแยกพื้นที่ระหว่างทีมแพทย์และคนไข้ออกจากกัน และใช้ระบบควบคุมแรงดันและคุณภาพอากาศที่เหมาะสม พร้อมมีระบบฆ่าเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นายชลณัฐ ญาณารณพ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลเชียงรายฯ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีรับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าวฯ 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ก่อตั้งมา 83 ปี ปัจจุบันมีผู้ป่วยทั้งในจังหวัดเชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง เข้ามารักษาเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การที่มีห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าวฯ จะช่วยปกป้องและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ยังความปลื้มปีติแก่บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนประชาชนจังหวัดเชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี   ทรงมีพระเมตตาต่อจังหวัดเชียงราย บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน เพื่อรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 20 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และประชาชนทุกคนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะนำนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผู้ป่วยติดเชื้ออื่น ๆ ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุดเต็มกำลังความสามารถ และเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกัน ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเป็นแนวหน้า อีกทั้ง เป็นกำลังหลักในการรักษาผู้ป่วยให้มีขวัญ มีกำลังใจ และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานต่อไป”

ด้าน นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย “โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์” ได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) ในครั้งนี้ อันเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจต่อบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการการตรวจหาเชื้อ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง ที่ต้องมารับการตรวจรักษาที่ “โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์” จำนวนมาก การได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) ในครั้งนี้ พวกเรารู้สึกปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้”

ส่วน นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า “ทีมแพทย์ และบุคลากรโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์รู้สึกปลื้มปีติในพระเมตตา “เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใย” ทำให้บุคลกรทางการแพทย์ ไม่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง ปกติแล้วเป็นเรื่องยากที่จะดำเนินการกันเอง เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง  หากมีการระบาดใหม่ก็จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง  เพราะโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ที่ดูแลผู้ป่วยทั้งในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง การได้รับพระราชทาน Modular Swab Unit ครั้งนี้  ในนามของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ตลอดจนประชาชนชาวเชียงราย รู้สึกปลาบปลื้มต่อพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ได้พระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ หรือ Modular Swab Unit  เพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลพี่น้องประชาชน ตามพระราชปณิธานของทั้งสองพระองค์ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะนำไปใช้เพื่อดูแลรักษาพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป”

ขณะที่ นายชลณัฐ ญาณารณพ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี  กล่าวว่า “เอสซีจี รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้มีส่วนร่วมในการผลิตนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่ และช่วยปกป้องประชาชนในจังหวัดเชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง ที่เข้ารับการตรวจรักษาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution จุดเด่นคือ มีระบบควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้บุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่ และช่วยประหยัดการใช้ชุด PPE สำหรับห้องตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ติดตั้งบริเวณลานหน้าอาคารสมเด็จย่า ซึ่งใกล้กับจุดคัดกรองผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล เพื่อให้ขั้นตอนการตรวจคัดกรองผู้ป่วยและการตรวจหาเชื้อดำเนินไปอย่างราบรื่น  แม้ว่าพื้นที่ติดตั้งจะมีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบและมีสายไฟฟ้าแรงสูงกั้นขวาง แต่ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่งของทางโรงพยาบาล ประกอบกับประสบการณ์และความชำนาญของทีมติดตั้ง จึงสามารถดำเนินการติดตั้งเสร็จภายในเวลา 3 วัน พร้อมที่จะให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลฯ ได้ในทันที”

สำหรับ นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) นี้ พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งาน ดังนี้

  • ภายในห้องตรวจมีระบบ Smart Indoor Air Quality (IAQ Smart) ที่ช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย และมีระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล (Air Tightness) ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้า-ออกตัวอาคาร ทำให้ในตัวอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี
  • ทีมแพทย์จะอยู่ในห้องความดันบวก ที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องความดันลบ และมีระบบดูดอากาศเสียออกไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยป้องกันไม่ให้มีอากาศฟุ้งกระจายออกไปภายนอก
  • การเก็บตัวอย่าง (Swab) จะทำผ่านแผ่นอะคริลิกที่เจาะเป็นช่อง โดยแพทย์สามารถสอดมือผ่านช่องที่มีถุงมือคลุมด้วยพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อเก็บตัวอย่าง ช่วยลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากผู้เข้ารับการตรวจ
  • ใช้แสงยูวีเข้มข้นสูง ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ (UV Germicide) หลังการใช้งานทุกครั้ง
  • โครงสร้างกว่าร้อยละ 80 ประกอบขึ้นรูปภายในโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพและความสะอาดตลอดกระบวนการผลิต จึงสามารถติดตั้งที่โรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการใช้งาน

ทั้งนี้ โรงพยาบาล 20 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับพระราชทานนวัตกรรม “ห้องตรวจหาเชื้อ” พัฒนาโดย “เอสซีจี” ได้แก่ 1. รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ 2. รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว 3. รพ.กลาง 4. สถาบันโรคทรวงอก 5. สถาบันบำราศนราดูร 6. รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก 7. รพ.ตำรวจ 8. รพ.ราชบุรี 9. รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 10. รพ.นครปฐม 11. รพ.อุตรดิตถ์ 12. รพ.สวรรค์ประชารักษ์ 13. รพ.นครพิงค์ 14. รพ.พหลพลพยุหเสนา
15. รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ 16. รพ.อุดรธานี 17. รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 18. รพ. สุราษฎร์ธานี 19. รพ.หาดใหญ่ และ 20. รพ.สงขลานครินทร์