ผ่อนคลายไม่ใช่การ์ดตก! ผบ.ทหารสูงสุดย้ำสังคมต้องร่วมป้องกันโรคเข้มข้น

ผ่อนคลายไม่ใช่การ์ดตก! ผบ.ทหารสูงสุดย้ำสังคมต้องร่วมป้องกันโรคเข้มข้น

ผบ.ทหารสูงสุด ชี้การผ่อนคลายมาตรการ ไม่ได้หมายความว่า ให้ผ่อนคลายการป้องกันโรค เผยหลังจากนี้จัดทีมเจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานประกอบการที่เปิดบริการเข้มงวด หากพบหละหลวมจะตักเตือนจนถึงสั่งปิด

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 63 พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงถึงสถานการณ์ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนสามารถเปิดบริการได้ โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

– 2 วันที่ผ่านมา พบ การเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อความหมายของการผ่อนคลาย

-ผู้บัญชาการทหารสูงสุดระบุว่า การผ่อนคลายที่เกิดขึ้นคือการให้กิจการบางประเภทที่เคยปิดกลับมาเปิดได้ แต่ไม่ใช่ให้ประชาชนผ่อนคลายความเข้มงวดในการป้องกันโรค ยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยแนะนำให้ “การ์ดตก” และ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อาจมีบางคนที่เข้าใจว่า อาจการ์ดตกได้บ้าง ฉะนั้นต้องเข้าใจใหม่ว่าการ์ดตกไม่ได้

-ปัจจุบันรัฐบาลยังคงให้ประชาชน งดหรือลดการเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและต้องแสดงหลักฐาน ฉะนั้นหากประชาชนประสงค์จะเดินทางก็ต้องยอมรับว่า จะเจอกับจุดตรวจที่เข้มข้นและพบกับความไม่สะดวก

ผู้ประกอบการกิจการที่กลับมาเปิดให้บริการได้ ต้องมีมาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด คือ

1.จัดให้มีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส

2.จัดให้ทุกคนในสถานบริการสวมใส่หน้ากากอนามัย

3.จัดให้มีเจลสบู่หรือแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือ

4.ให้มีการเว้นระยะห่าง

5.ทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดในสถานบริการ

หลังจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าฯกทม. และฝ่ายความมั่นคง จะจัดทีมลงไปตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำเป็นคู่มือออกมาแล้ว

-หากตรวจแล้วพบว่า สถานประกอบการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหลัก เบื้องต้นก็ต้องตักเตือน ถ้าไม่ปรับปรุงก็ต้องปิด เพราะเป็นความรับผิดชอบต่อประชาชนในภาพรวม เพื่อให้ทุกคนที่ไปใช้บริการเกิดความมั่นใจว่าสถานที่ที่เข้าไปนั้นปลอดภัย

-ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ในวันที่ 4 พ.ค.63 , 6 พ.ค.63 และ 11 พ.ค.63 ขอให้ประชาชนหยุดแล้วก็อยู่กับบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นที่มีการผ่อนคลายให้ และสนับสนุนให้ทำงานอยู่กับบ้าน ทำงานเหลื่อมเวลา ขอให้ยึดหลักเดิมไว้เพื่อประคองตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ให้น้อยอยู่เช่นนี้

-การตั้งจุดตรวจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง โดยจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ลดลงเหลือ 312 จุด และจุดตรวจเคอร์ฟิว เหลือ 690 จุด หลังจากนี้จะไปเพิ่มการออกสุ่มตรวจความพร้อมของสถานประกอบการ ที่จะดำเนินการจริงจังเข้มข้นตลอดเดือนพ.ค.นี้