ผบ.ทสส. ตั้งคณะตรวจมาตรการผ่อนคลาย สร้างความเข้าใจประชาชน ผู้ประกอบการ

ผบ.ทสส. ตั้งคณะตรวจมาตรการผ่อนคลาย สร้างความเข้าใจประชาชน ผู้ประกอบการ

“บิ๊กกบ” ตั้งคณะตรวจการประกอบกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลาย รณรงค์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

วันที่ 7 พ.ค. 2563 พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของมาตรการผ่อนคลาย และเพื่อเป็นการสนับสนุนแนวทางการปฏิบัติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง จึงดำรงความต่อเนื่องในการปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ภายหลังจากที่มีการต่ออายุพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2563 และรัฐบาลประกาศให้ข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งมาตรการเคอร์ฟิว ยังคงมีผลใช้บังคับ แต่ก็มีมาตรการผ่อนคลายตามลำดับขั้นเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามสมควร โดยมีผลตั้งแต่ 3 พ.ค. 2563 เป็นต้นมานั้น

ทั้งนี้ จึงได้จัดตั้งคณะตรวจการประกอบกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลาย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง โดยมี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม รองเสนาธิการทหาร/รองเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง เป็นหัวหน้าคณะ มีหน้าที่อำนวยการ ประสานงาน ดำเนินการ และกำกับดูแลการตรวจกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย ให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด โดยจัดการปฏิบัติเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

1. ชุดตรวจร่วมตามมาตรการผ่อนคลายประจำพื้นที่ โดยมีศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) ดำเนินการร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง เหล่าทัพ (ศปม.ทบ., ศปม.ทร., ศปม.ทอ.) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สาธารณสุขในพื้นที่ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจกิจการทั่วประเทศ

ในวันที่ 6 พ.ค. 2563 ดำเนินการตรวจจำนวนทั้งสิ้น 13,566 แห่ง พบว่าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือและมีความเข้าใจในมาตรการที่รัฐบาลกำหนด และมีผู้ประกอบการ 487 แห่ง หรือคิดเป็น 3.59% ที่ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งในขั้นต้นมีการตักเตือนให้มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยบันทึกไว้ให้ดำเนินการแก้ไขและจะทำการตรวจซ้ำ หากยังไม่แก้ไขก็จะดำเนินการตามมาตรการต่อไป

2. ชุดตรวจตามมาตรการผ่อนคลายส่วนกลาง มีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ในการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมฯ ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้กิจการหรือกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนนำมายึดถือปฏิบัติได้อย่างถูกต้องต่อไป

พล.ต.ธีรพงศ์ กล่าวอีกว่า การจัดตั้งชุดตรวจดังกล่าว จะทำให้เกิดการบูรณาการและการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติการเชิงรุกต่อพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เพ่งเล็งพิเศษ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง นำไปสู่ความร่วมมือในการปฏิบัติ อีกทั้งยังเป็นการป้องกัน เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ให้กลับมาระบาดรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ยังคงดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมสนับสนุนการพิจารณาปรับมาตรการของรัฐบาลในระยะต่อไป.