ศบค. ไฟเขียวเริ่ม 3 พ.ค. จะออกมาตรฐานกลาง คลายล็อก 6 กิจการธุรกิจ

ศบค. ไฟเขียวเริ่ม 3 พ.ค. จะออกมาตรฐานกลาง คลายล็อก 6 กิจการธุรกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ ( 30 เม.ย.) เวลา 11.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงเรื่องข้อกำหนดและมาตรการผ่อนปรน ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 4

ผลการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ปรากฎว่า ที่ประชุม ศบค. ให้ข้อกำหนดและมาตรการผ่อนปรน จะมี มาตรฐานกลาง ของกิจการและกิจกรรมในทุกพื้นที่ ให้ผู้ว่าฯกำหนดรายละเอียดต่อไป มีความเข้มข้นมากได้ แต่น้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้

เบื้องต้น แนวทางการดำเนินงานต้องคำนึงจากสาธารณสุขเป็นหลัก สังคมและเศรษฐกิจตามมา เริ่ม 3 พ.ค. แล้วนับไปอีก 14 วัน จะประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อว่ามากขึ้นหรือน้อยลง ถ้ามากขึ้นจะทบทวนใหม่ทั้งหมด ถ้าน้อยลงจะคลายมาตรการเพิ่มขึ้น

โดยแนวทางการดำเนินการต้องคำนึงถึงด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ด้านสังคมและเศรษฐกิจตามมา พร้อมยึดถือข้อกำหนดตามมาตร 9 แห่งพรก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 1 ข้อ 11

สำหรับกิจการที่จะมีการผ่อนคลายมี 6 กิจกรรม คือ 1.ตลาด 2.ร้านจำหน่ายอาคาร 3. กิจการค้าปลีกส่ง 4. กีฬาสันทนาการ 5.ร้านตัดผม เสริมสวย 6. อื่นๆเช่น ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับฝากเลี้ยงสัตว์ 

รายละเอียด สำหรับกิจการที่จะมีการผ่อนคลาย “ล็อกดาวน์” มี 6 กิจกรรม ประกอบด้วย 1. ตลาด ประกอบด้วยตลาดนัด ตลาดสดตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน และแผงลอย

2. ร้านจำหน่ายอาหาร ประกอบด้วย ร้านจำหน่ายอาหารทั่วไป ขนาดไม่เกิน 2 คูหา ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวานไอศครีม ที่อยู่บริเวณนอกห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารริมทางรถเข็น และหาบเร่

3 กิจการค้าปลีกค้าส่ง แบ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง หรือยืนรับประทาน รถเร่ขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อม ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านขายปลีกขนาดย่อมหรือร้านค้าปลีกชุมชน ร้านขายปลีกกิจการสื่อสารโทรคมนาคม

4. กีฬาสันทนาการแบ่งเป็นกิจกรรมในสวนสาธารณะสนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกาย ไม่ใช่การแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ สนามซ้อม

5.ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย เฉพาะตัด สระ ไดร์ผม และ 6.อื่นๆ ร้านตัดขนสัตว์ ร้านฝากรับเลี้ยงสัตว์

จะมีการยืดขยายมาตรการออกไป จนจะมีคำสั่งเป็นอื่น แนวทางการดำเนินการผ่อนปรนต้องคำนึงถึงด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ด้านสังคมและเศรษฐกิจตามมา พร้อมยึดถือข้อกำหนดตามมาตร 9 แห่งพรก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 1 ข้อ 11 เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

โดยการผ่อนคลายดังกล่าวจะมีผลในวันที่ 3 พ.ค.นี้และจะมีการประเมินอีกครั้งใน 14 วันถ้ามีตัวเลขคงที่ของการติดเชื้อผู้ป่วยโควิด-19 แสดงถึงการร่วมมือ รู้วิธีการจัดการตัวเองและกิจกรรมของตัวเอง อาจจะเลื่อนลำดับในกิจกรรมที่ผ่อนคลายได้มากขึ้น แต่ถ้า 14 วัน เพิ่มเป็น 2 หลัก 3 หลักอาจจะต้องถอยหลังกลับมาตรึงและตึงในกิจกรรมและกิจการใหม่ทั้งหมด

158822767916

ส่วนมาตรการที่ยังคงไว้เหมือนเดิม คือ เคอร์ฟิวยังคงไว้เหมือนเดิม การเดินควบคุมการเดินทางอากาศเข้าประเทศ จำกัดการบินเข้าออกของสายการบินระหว่างประเทศ และงดหรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด คงการทำงานที่บ้านอย่างน้อย 50% และห้ามคนหมู่มากเข้าไปในสถานที่ทีเสี่ยงต่อการระบาด การประชุมวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศในการร่วมมือแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโควิดไปด้วยกัน หากสามารถควบคุมระยะนี้ได้ก้จะมีมาตรการผ่อนปรนระยะต่อไปรวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยเหลือประชนอย่างเต็มที่

ครบ14วันลุ้นผู้ป่วยไม่เพิ่ม 2 หลักเปิดห้าง

ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)กล่าวว่า เมื่อครบ 14 วันจะมีการประเมินผลการผ่อนปรนสถานการณ์คลาย ถ้าผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างไม่มีนัยสำคัญหรือน้อยก็มั่นใจได้ว่าจะดำเนินการในระยะที่สองและสาม เพราะจะเป็นคำตอบของระยะต่อไปอยู่ที่ระยะที่หนึ่ง จะไประยะที่สองได้หรือไม่ ต้องมีความพร้อมในส่วนของห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ต้องเตรียมการ จัดร้านจะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยยื่นขออนุญาตเข้ามาที่ส่วนราชการท้องถิ่นก็จะอนุมัติให้ จากนั้นจะได้ QR code ติดหน้าร้าน คนใช้บริการจะต้องสแกนข้อมูล เพื่อดูแลรายละเอียดชัดเจน ใช้ดิจิทัลเข้ามาช่วย