บิ๊กป้อม ตรวจความพร้อมรปภ.ประชุมสุดยอดอาเซียน เชื่อกู้หน้าความเชื่อมั่นได้

บิ๊กป้อม ตรวจความพร้อมรปภ.ประชุมสุดยอดอาเซียน เชื่อกู้หน้าความเชื่อมั่นได้

บิ๊กป้อม ตรวจความพร้อมรปภ.ประชุมสุดยอดอาเซียน ผนึกกำลังเต็มที่ เชื่อกู้หน้าความเชื่อมั่นได้

บิ๊กป้อม / เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ลานด้านหน้าโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง) เป็นประธานตรวจความพร้อมการรักษาความปลอดภัยสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

โดยมีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รองผบ.ทสส.) คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ผู้แทนกระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้มีการบรรยายสรุปแผนปฏิบัติการในพื้นที่ของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สาธิตการรักษาความปลอดภัยวีไอพีในภาวะปกติโดยตำรวจสันติบาล สาธิตการรักษาความปลอดภัยวีไอพี กรณีมีสิ่งบอกเหตุมีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยคุกคาม โดยตำรวจสันติบาลและอริยทราช 26 /สาธิตการสกัดกั้นและจับกุมผู้ก่อเหตุ-วัตถุต้องสงสัย โดยตำรวจนเรศวร 261 และตำรวจนครบาล การสาธิตช่วยเหลือบุคคลสำคัญออกจากพื้นที่การประชุม โดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หรือ ศตก. กองทัพไทย ซึ่งการรักษาความปลอดภัยงานประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 10,000 นาย

ทั้งนี้พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายให้รักษาความปลอดภัย และได้มีการประชุมประชาคมข่าวจากหลายหน่วยงานเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุและจัดทำข้อมูล IPB ที่มีผลกระทบต่อการประชุม โดยแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนที่อยู่รอบพื้นที่เพื่อแจ้งเบาะแสและจัดทำกลุ่มไลน์

ทั้งนี้การจัดกำลังรักษาความปลอดภัยในการประชุมแบ่งออกเป็นสามวงรอบ คือพื้นที่ไข่แดง ไข่ขาว และขอบกระทะ แบ่งพื้นที่เป็น 5 โซน มีกำลังปฏิบัติงานทั้งสิ้น 4,869 นาย โดยเฉพาะพื้นที่จัดการประชุมใช้กำลังทั้งสิ้น 2,669 นาย ปฎิบัติหน้าที่จุดตรวจสายตรวจรถยนต์ สายตรวจประจำจุด พื้นที่สูงข่ม 200 ชุดควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีกล้องซีซีทีวีจดจำใบหน้าและทะเบียนรถในพื้นที่ทั้ง 5 โซน ดังนั้นหากมีเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อผู้เข้าร่วมประชุมก็ได้จัดพื้นที่โซนปลอดภัยไว้ทั้งในที่ประชุม และนอกพื้นที่ประชุม พร้อมทำแผนเผชิญเหตุตั้งแต่เบาไปหาหนัก และซักซ้อมแผนต่างๆไว้เรียบร้อย

ขณะที่พล.อ.ประวิตร กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า การซักซ้อมในวันนี้มีความพร้อมเพรียง ทำให้ตนเชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคนจะสามารถทำให้เกิดความปลอดภัยในการประชุมที่จะมาถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของรัฐบาล และที่สำคัญจะส่งผลให้ผู้นำประเทศและผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยที่จะนำพาประเทศไปสู่การประชุมและการจัดงานที่สำคัญในระดับชาติและระดับโลกต่อไป

ขอให้ทุกคนนำบทเรียนจากการซักซ้อมในวันนี้ ไปปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความพร้อมรับและตอบโต้ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอให้กำลังใจผู้ปฏิบัติทุกคนและขอให้การปฎิบัติภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ซึ่งเราเคยสูญเสียมาแล้ว แต่ครั้งนี้เรามีความพร้อมให้ความปลอดภัยกับผู้นำประเทศ จึงเชื่อมั่นและมั่นใจว่าทุกคนจะทำงานสำคัญนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอฝากประเทศไทยกับทุกคนด้วย

จากนั้นพล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีความมั่นใจในการจัดประชุมครั้งนี้ และเชื่อว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าให้นำบทเรียนในอดีตมาเป็นประสบการณ์ หมายความว่าด้านการข่าวมีการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เชื่อว่าการดูแลรักษาความปลอดภัยครั้งนี้จะสามารถกู้หน้าการประชุม 10 กว่าปีที่แล้วได้ และจากการฝึกซ้อมในวันนี้ตนมีความเชื่อมั่นในผู้ใต้บังคับบัญชามาก